“ท่าเรือ-ศาลารอรถ-จักรยาน” งบการเดินทางของคนกรุงเทพฯ

“ท่าเรือ-ศาลารอรถ-จักรยาน” งบการเดินทางของคนกรุงเทพฯ

12/08/2026 19:02

 

วันนี้พิจารณารายละเอียดงบประมาณปี 2570 ของสำนักการจราจรและขนส่งกันต่อครับ หลายรายการที่ดูเหมือนเป็นคนละเรื่อง แต่จริงๆ แล้วเชื่อมกันอยู่ภายใต้คำถามเดียวว่า

เราจะทำให้คนกรุงเทพฯ มีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อกันได้อย่างไร

.

🚤 44.707 ล้านบาท กับการพัฒนาการเดินทางทางน้ำ

วันนี้มีโครงการเกี่ยวกับท่าเรือ 3 กลุ่มสำคัญ

✅ ท่าเทียบเรือตลาดโบ๊เบ๊ คลองผดุงกรุงเกษม 3.238 ล้านบาท
✅ ก่อสร้างและปรับปรุงท่าเทียบเรือ 6 แห่ง ในเขตภาษีเจริญและบางกอกใหญ่ 19.856 ล้านบาท
✅ ก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองพระโขนง-คลองประเวศบุรีรมย์ 7 ท่า 21.613 ล้านบาท

รวมประมาณ 44.707 ล้านบาท

ผมเห็นด้วยกับการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางทางน้ำ แต่ก่อนสร้างท่า คำถามสำคัญคือ “สร้างตรงนี้แล้ว ใครจะใช้ และจะเชื่อมต่อไปไหน?”

ขณะนี้ผมจึงรอข้อมูลเพิ่มเติมจาก สจส. โดยเฉพาะการนำ ผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มาประกอบการพิจารณา เพื่อดูข้อมูลการสัญจร ศักยภาพผู้โดยสาร ต้นทาง-ปลายทาง และการเชื่อมต่อระบบขนส่งของแต่ละพื้นที่

อีกเรื่องที่ต้องดูควบคู่กันคือ โครงการปรับปรุงเขื่อนของสำนักการระบายน้ำในคลองแต่ละสาย

ถ้าสำนักหนึ่งกำลังทำเขื่อน ขณะที่อีกสำนักกำลังสร้างท่าเรือ ทั้งตำแหน่งท่า แนวเขื่อน ระดับโครงสร้าง ทางเข้า-ออก และลำดับการก่อสร้างก็ควรวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น

งบคนละสำนัก แต่สุดท้ายคือคลองเส้นเดียวกัน และเป็นเงินของ กทม. เหมือนกัน

🔎 ในส่วน BOQ ผมก็ลงไปดูรายละเอียด เช่น โครงการสร้างท่าใหม่ 7 ท่า วงเงิน 21.613 ล้านบาท มีราคางานก่อน Factor F ประมาณ 17.18 ล้านบาท ก่อนคำนวณ Factor F 1.2578

รวมถึงรายการ ค่าเช่าเรือบาสและเรือลากจูง 210,000 บาท/เหมา และค่าเช่าเครน 30,000 บาท/เหมา ที่ปรากฏในแต่ละท่า ซึ่งผมขอให้ดูที่มาของราคา ระยะเวลาและปริมาณการใช้งาน รวมถึงความเป็นไปได้ในการบริหารเครื่องจักรร่วมกันเมื่อเป็นการก่อสร้างหลายท่าในโครงการเดียว

ส่วนงานปรับปรุงท่าเดิมก็มีต้นทุนงานรื้อถอนเพิ่มเติม และแต่ละท่ามีขนาดโป๊ะคอนกรีตและปริมาณงานต่างกัน จึงไม่สามารถนำ “ราคาต่อท่า” มาเปรียบเทียบกับงานสร้างใหม่ตรงๆ ได้ ต้องลงไปดู ปริมาณงานและราคาต่อหน่วยใน BOQ ประกอบกัน

.

🚌 14.41 ล้านบาท ศาลารอรถใหม่ 50 หลัง

โครงการนี้แบ่งเป็น Type C2 (M) 37 หลัง และ Type C3 (L) 13 หลัง นอกจากนี้ยังมี ม้านั่งแบบมีพนักพิง 45 ตัว วงเงิน 517,500 บาท สำหรับบางพื้นที่ที่มีข้อจำกัด

สิ่งที่ผมชวนคิดต่อคือ ทางเท้ากรุงเทพฯ ไม่ได้มีขนาดเหมือนกันทุกแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ชั้นใน บางจุดทางเท้าแคบจนการนำศาลาขนาดมาตรฐานไปตั้งอาจกลับไปเบียดพื้นที่คนเดิน

ผมยกตัวอย่างแนวทาง Bus Stop Design ของ Transport for London (TfL) ซึ่งไม่ได้ใช้รูปแบบการวางศาลาแบบเดียวทุกพื้นที่ แต่ปรับ configuration ตามสภาพทางเท้า และในพื้นที่จำกัดสามารถปรับขนาดหรือองค์ประกอบของ shelter ได้ โดยยังให้ความสำคัญกับพื้นที่คนเดิน การเข้าถึงของผู้ใช้รถเข็น และการมองเห็นรถที่กำลังเข้าป้าย

ผมจึงอยากเห็น กทม. พัฒนา มาตรฐานศาลารอรถที่ยืดหยุ่นตามพื้นที่ มากขึ้น

ศาลารอรถไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ต้องกันแดดกันฝนได้จริง ปลอดภัย เข้าถึงได้ และไม่แย่งพื้นที่จากคนเดิน

.

🚲 เสนอประมาณ 200 จุด ผ่านเกณฑ์ 91 จุด

อีกเรื่องที่ผมติดตามมาตั้งแต่สมัยที่แล้ว คือโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Bike Sharing

ปีนี้ สจส. เสนอที่จอดจักรยานประมาณ 200 จุด ก่อนผ่านเกณฑ์ความพร้อมของพื้นที่ ทั้งเรื่องแสงสว่าง ความปลอดภัย และพื้นที่ติดตั้ง จนได้รับงบประมาณสำหรับ 91 จุด วงเงิน 757,575 บาท

เป็นที่จอดแบบเคลื่อนย้ายได้ จุดละ 5 คัน รวมรองรับประมาณ 455 คัน

ผมอยากติดตามต่อว่า อีกกว่า 100 จุดที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ติดข้อจำกัดอะไร และจะปรับพื้นที่ให้พร้อมในปีต่อไปได้อย่างไร

เพราะถ้าเราต้องการให้ Bike Sharing เป็น First/Last Mile เชื่อมรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือเรือ การมีจักรยานอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีจุดจอดที่ปลอดภัยและเป็นระบบด้วย

.

🚌 และต่อให้ศาลารอรถดีแค่ไหน ถ้า “รถไม่มา” ก็ยังไม่ตอบโจทย์

วันนี้ผมนำปัญหารถโดยสารสาธารณะที่ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนมาพูดคุยด้วย ทั้งรถของ ขสมก. และผู้ประกอบการเอกชนอย่าง Thai Smile Bus

หลายพื้นที่สะท้อนปัญหา รถมาห่าง รอนาน และความถี่ไม่สม่ำเสมอ บางกรณีที่ผมได้รับข้อมูลต้องรอ 30-40 นาที บางครั้งเกือบหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

ระบบขนส่งสาธารณะที่ดีจึงไม่ใช่เพียง “มีรถวิ่ง” แต่ต้องมี Reliability ต้องเชื่อถือและคาดการณ์เวลาได้

ต่อให้สร้างศาลาใหม่เยอะและสวยแค่ไหน แต่ถ้าประชาชนไม่รู้ว่ารถจะมาอีก 10 นาทีหรือ 60 นาที ระบบก็ยังไม่สามารถเป็นทางเลือกที่คนไว้วางใจได้

📍สุดท้ายในเอกสารงบประมาณเราอาจเห็นเป็นคนละรายการ ท่าเรือ - ศาลารอรถ - จักรยาน - รถโดยสาร
แต่สำหรับประชาชน ทั้งหมดคือ การเดินทางหนึ่งเที่ยว

งบด้านการเดินทางจึงต้องถามต่อว่า

คนกรุงเทพฯ มีทางเลือกมากขึ้นไหม? เชื่อมต่อกันง่ายขึ้นไหม? ปลอดภัยขึ้นไหม? รอรถน้อยลงไหม? และเงินที่หลายหน่วยงานกำลังลงทุน เดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่?

ถ้าทำให้ทั้งหมดเชื่อมกันได้ งบแต่ละโครงการก็จะไม่ได้สร้างเพียงสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น แต่จะค่อยๆ ประกอบกันเป็น ระบบการเดินทางของกรุงเทพฯ ที่ดีขึ้นทั้งระบบครับ 🙏

#งบประมาณกทม2570  #สภากรุงเทพมหานคร #ขนส่งสาธารณะ #บางรักทักวิพุธ #คนทำงาน